Voice Assistant
ผู้ช่วยเสียง AI
Voice Assistant
ผู้ช่วย AI แบบเสียง
รายละเอียดบริการ
AI Chatbot สำหรับธุรกิจยุคใหม่
เปลี่ยนการสื่อสารกับลูกค้าด้วย AI Chatbot ที่เข้าใจภาษาธรรมชาติ ตอบได้ทันที และเรียนรู้จากทุกการสนทนา
พร้อมบริการ 24/7
ไม่พลาดทุกโอกาสทางธุรกิจ ตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
AI เข้าใจภาษาไทย
เทคโนโลยี NLU ที่เข้าใจภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง รวมถึงภาษาพูดและคำสแลง
รองรับทุก Channel
Website, LINE, Facebook Messenger, WhatsApp และ Mobile App
ประโยชน์ที่ได้รับ
ตอบทันที
ลูกค้าได้รับคำตอบภายใน 3 วินาที เพิ่มความพึงพอใจ
ลดต้นทุน
ลดภาระทีม Customer Service และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
Scale ได้ไม่จำกัด
รับมือลูกค้าหลายพันคนพร้อมกันได้โดยไม่ต้องเพิ่มคน
คุณสมบัติเด่น
เทคโนโลยี Speech-to-Text (STT) ขั้นสูง แปลงเสียงพูดเป็นข้อความได้แม่นยำมากกว่า 95% แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนปานกลาง รองรับภาษาไทยได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงสำเนียงต่างๆ ทั้งภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้ สามารถจับคำได้ถูกต้องแม้เป็นคำที่ยาก คำศัพท์เฉพาะทาง หรือชื่อเฉพาะ เพราะเราจะ Fine-tune โมเดลด้วยข้อมูลเฉพาะของธุรกิจคุณ
เทคโนโลยี Text-to-Speech (TTS) คุณภาพสูง แปลงข้อความเป็นเสียงพูดที่ฟังแล้วเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์แบบเดิมๆ สามารถเลือกเสียงได้หลากหลาย ทั้งเสียงผู้หญิง ผู้ชาย อายุต่างๆ น้ำเสียงต่างๆ (เป็นกันเอง, เป็นทางการ, สนุกสนาน) และยังปรับความเร็วในการพูด ระดับเสียงสูงต่ำได้ด้วย ภาษาไทยออกเสียงถูกต้องตามหลักภาษา ไม่มีการออกเสียงผิดหรือแปลกๆ
รองรับการใช้งานหลายภาษา โดยเฉพาะไทย-อังกฤษ สามารถสลับภาษาได้อัตโนมัติในบทสนทนาเดียว เช่น ผู้ใช้พูดภาษาไทยปนอังกฤษได้ ระบบจะเข้าใจทั้งสองภาษา หรือผู้ใช้สามารถเลือกภาษาที่ต้องการได้ตั้งแต่เริ่มต้น เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ หรือธุรกิจที่ต้องการ Voice Assistant สำหรับตลาดต่างประเทศ
ปรับแต่งเสียงและบุคลิกภาพของ Voice Assistant ได้ตามต้องการ (Voice Customization) สามารถเลือกเสียง (Voice Profile) ที่เหมาะกับแบรนด์ เช่น แบรนด์หรูหราอาจใช้เสียงผู้หญิงนุ่มนวล สุภาพ แบรนด์เทคโนโลยีอาจใช้เสียงผู้ชายมั่นใจ เป็นมืออาชีพ หรือแบรนด์เด็กอาจใช้เสียงสดใส ร่าเริง ปรับ Tone & Manner ของการพูดให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของธุรกิจ
ใช้งานแบบ Hands-free (มือว่าง) โดยสมบูรณ์ ไม่ต้องแตะหน้าจอหรือกดปุ่มใดๆ เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่มือไม่ว่าง เช่น กำลังขับรถ กำลังทำงานบ้าน กำลังทำอาหาร หรือคนพิการที่ไม่สะดวกใช้มือ ผู้ใช้แค่เรียกชื่อ Voice Assistant (Wake Word) แล้วพูดคำสั่งหรือคำถาม ระบบจะตอบกลับด้วยเสียงทันที ทำให้การใช้งานสะดวกและรวดเร็วมาก
พร้อมใช้งานบนแอปพลิเคชันมือถือ (Mobile App Ready) รองรับทั้ง iOS และ Android สามารถพัฒนาเป็นแอปสำหรับลูกค้าได้ หรือฝังเป็นฟีเจอร์ใน App ที่มีอยู่แล้ว ทำงานได้ดีทั้งแบบ Online (ใช้ Cloud API) และ Offline (ใช้ On-device AI สำหรับคำสั่งพื้นฐาน) ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับ Voice Assistant ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟนของตัวเอง
ระบบตรวจจับคำปลุก (Wake Word Detection) อัจฉริยะ สามารถตั้งคำปลุกได้ตามต้องการ เช่น "สวัสดี" "เฮ้" หรือชื่อแบรนด์ของคุณเอง เมื่อผู้ใช้พูดคำปลุก ระบบจะเริ่มฟังและพร้อมรับคำสั่ง โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ระบบจะไม่ฟังหรือบันทึกเสียงก่อนที่จะได้ยินคำปลุก รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และประหยัดพลังงาน Wake Word Detection ทำงานแม้อุปกรณ์อยู่ในโหมด Standby
ขั้นตอนการทำงาน
ขั้นตอนที่ 1 - กำหนดขอบเขตและความต้องการของ Voice Assistant: ประชุมเพื่อทำความเข้าใจว่า Voice Assistant นี้จะใช้ทำอะไร เช่น ตอบคำถามลูกค้า, สั่งงานอุปกรณ์สมาร์ทโฮม, ค้นหาข้อมูล, เล่นเพลง, จองนัดหมาย หรือช่วยในการขับรถ กำหนดกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย (ผู้สูงอายุ, วัยทำงาน, เด็ก, คนพิการ) ภาษาที่รองรับ แพลตฟอร์มที่ต้องการ (Mobile App, Smart Speaker, In-Car System) และฟีเจอร์พิเศษที่ต้องการ (ระยะเวลา 3-5 วัน)
ขั้นตอนที่ 2 - ออกแบบเสียงและบุคลิกภาพ (Voice & Persona Design): เลือก Voice Profile ที่เหมาะกับแบรนด์ จากคลังเสียงหลากหลาย หรือสร้าง Custom Voice เฉพาะสำหรับแบรนด์คุณ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30,000-50,000 บาท) กำหนดบุคลิกภาพและลักษณะการพูด เช่น สุภาพเป็นทางการ, เป็นกันเอง, สนุกสนาน หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทดลองเสียงและให้ลูกค้าฟังตัวอย่าง เลือกเสียงที่ชอบที่สุด (ระยะเวลา 3-5 วัน)
ขั้นตอนที่ 3 - พัฒนาระบบรู้จำเสียงและประมวลผลภาษา: พัฒนาระบบ Speech-to-Text (STT) โดยใช้เทคโนโลยีจาก Google Speech API, Azure Speech Services หรือ AWS Transcribe Fine-tune โมเดลให้เข้าใจภาษาไทย สำเนียงต่างๆ และคำศัพท์เฉพาะของธุรกิจคุณ พัฒนาระบบ Natural Language Understanding (NLU) เพื่อเข้าใจความหมายของคำสั่งและคำถาม (ระยะเวลา 7-10 วัน)
ขั้นตอนที่ 4 - พัฒนาระบบสร้างเสียงตอบกลับ (Text-to-Speech): ติดตั้ง TTS Engine โดยใช้เทคโนโลยีจาก Google Cloud TTS, Amazon Polly หรือ Azure TTS ปรับแต่งให้ออกเสียงภาษาไทยได้ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรมชาติ ตั้งค่าความเร็วในการพูด ระดับเสียง และน้ำเสียงให้เหมาะสมกับบริบท สร้างคลังเสียงสำหรับคำตอบที่ใช้บ่อย เพื่อความเร็วและความสม่ำเสมอ (ระยะเวลา 5-7 วัน)
ขั้นตอนที่ 5 - เชื่อมต่อกับบริการและระบบต่างๆ: เชื่อมต่อ Voice Assistant กับฐานข้อมูล, API ต่างๆ, ระบบจองนัดหมาย, ระบบสมาร์ทโฮม, แอปพลิเคชันภายนอก หรือบริการที่ต้องการ พัฒนา Skill และ Action ที่ Voice Assistant สามารถทำได้ ตั้งค่า Wake Word Detection และ Voice Activation ทดสอบการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของทุกส่วน (ระยะเวลา 5-7 วัน)
ขั้นตอนที่ 6 - ทดสอบความแม่นยำและประสิทธิภาพ: ทดสอบระบบ STT ด้วยเสียงพูดที่หลากหลาย ทั้งสำเนียงต่างๆ ความเร็วในการพูดต่างๆ และสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ทดสอบ NLU ว่าเข้าใจคำสั่งและคำถามได้ถูกต้องหรือไม่ ทดสอบ TTS ว่าออกเสียงชัดเจนและเป็นธรรมชาติหรือไม่ ให้กลุ่มทดสอบ (Beta Testers) ลองใช้งานจริงและให้ Feedback ปรับแต่งจนกว่าจะได้คุณภาพที่พอใจ (ระยะเวลา 5-7 วัน)
ขั้นตอนที่ 7 - เปิดตัวและการให้บริการ: เปิดตัว Voice Assistant บนแพลตฟอร์มที่ต้องการ (Mobile App, Website, Smart Speaker, หรืออุปกรณ์อื่นๆ) อบรมผู้ใช้วิธีการใช้งาน Voice Assistant อย่างมีประสิทธิภาพ เฝ้าดูการใช้งานในช่วงแรกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวบรวม User Feedback เพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อไป พร้อมบริการ Support และ Maintenance อย่างต่อเนื่อง (ระยะเวลา 2-3 วัน)